แชร์

5 เคล็ดลับยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบเพื่อผลกำไรที่ยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 7 ม.ค. 2026
92 ผู้เข้าชม
การพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสุขภาพของโคนมและผลกำไรของฟาร์มเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพสูง โดยทั่วไปเราจะวัดคุณภาพน้ำนมจากค่า จำนวนโซมาติกเซลล์ (SCC) และ จำนวนแบคทีเรียรวม (SPC หรือ TBC) ซึ่งการให้ความสำคัญกับสุขอนามัย ระบบความเย็น และสุขภาพโคนมคือรากฐานที่สำคัญที่สุดสู่ความสำเร็จ
  1. เคร่งครัดในขั้นตอนการรีดนม (Milking Hygiene)

    กิจวัตรการรีดนมที่สม่ำเสมอจะช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรียจากสิ่งแวดล้อมและผิวหนังของวัวลงสู่น้ำนม ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดค่า SPC
    - เตรียมเต้านมให้พร้อม: ใช้ยาจุ่มเต้านมก่อนรีด (Pre-dip) และทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวสัมผัส
    - เช็ดให้แห้งสนิท: ใช้ผ้าหรือกระดาษเช็ดเต้านมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเต้านมแห้งสนิทก่อนสวมชุดรีดนม เพราะเต้านมที่เปียกอาจทำให้สิ่งสกปรกปนเปื้อนสู่น้ำนมได้
    - จุ่มหลังรีด (Post-dip): ทันทีที่ถอดชุดรีดนม ต้องจุ่มเต้านมด้วยยาจุ่มหลังรีดให้ครบทุกเต้า เพื่อฆ่าเชื้อที่หลงเหลือและสร้างเกราะป้องกันในขณะที่รูเปิดเต้านมกำลังจะปิด
    - สุขอนามัยของผู้รีด: สวมถุงมือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและรักษาความสะอาดตลอดการทำงาน

2. ให้ความสำคัญกับการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว (Rapid Cooling)

การลดอุณหภูมิน้ำนมให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะแบคทีเรียจะขยายตัวเร็วมากในน้ำนมอุ่น
- ลดอุณหภูมิทันที: เป้าหมายคือการทำให้น้ำนมเย็นลงเหลือ 4°C หรือต่ำกว่า โดยเร็วที่สุดหลังจากออกจากตัววัว (ตามมาตรฐานควรทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเริ่มการรีด)
- ตรวจสอบอุปกรณ์: ตรวจเช็กถังพักน้ำนมและระบบทำความเย็น (เช่น Plate Cooler) ให้มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณน้ำนมและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- บันทึกอุณหภูมิ: ควรหมั่นตรวจสอบและบันทึกอุณหภูมิในถังพักบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำความเย็นทำงานได้คงที่

3. รักษาความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างหมดจด

อุปกรณ์รีดนมและถังเก็บที่สกปรกคือแหล่งสะสมแบคทีเรียตัวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อค่า SPC โดยตรง
- ล้างและฆ่าเชื้อตามขั้นตอน: ล้างระบบรีดนมและถังพักทุกครั้งหลังใช้งาน เริ่มจากการล้างน้ำเปล่า (อุณหภูมิปกติ) เพื่อไล่คราบโปรตีน ตามด้วยการล้างร้อนด้วยน้ำยาอัลคาไลน์ (ด่าง) และล้างกรดเพื่อขจัดคราบหินปูนน้ำนม จากนั้นฆ่าเชื้ออีกครั้งก่อนเริ่มการรีดรอบถัดไป
- เช็กอุณหภูมิน้ำและค่า pH: ตรวจสอบให้น้ำที่ใช้ล้างมีอุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 71°C – 77°C ในช่วงล้างร้อน) และผสมน้ำยาให้ได้ค่า pH ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
- ตรวจเช็กชิ้นส่วนยาง: ตรวจสอบยางรองรีด (Liners) และสายยางสม่ำเสมอ หากเริ่มแตกหรือเสื่อมสภาพ แบคทีเรียจะเข้าไปสะสมได้ง่าย

4. บริหารจัดการโรคเต้านมอักเสบอย่างครบวงจร

โรคเต้านมอักเสบ (Mastitis) คือสาเหตุหลักที่ทำให้ค่า SCC สูง การควบคุมโรคนี้จึงจำเป็นต่อทั้งคุณภาพนมและรายได้ของเกษตรกร

- คัดกรองและเฝ้าระวัง: ตรวจ SCC รายตัวสม่ำเสมอเพื่อหาตัวที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และใช้ชุดตรวจ CMT (California Mastitis Test) ตรวจสอบเต้าที่ต้องสงสัยเป็นประจำ
- คัดแยกและรักษา: วัวที่มีค่า SCC สูงหรือเป็นโรคเต้านมอักเสบควรได้รับการคัดแยกและรักษาภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยต้องรีดเป็นตัวสุดท้ายและแยกน้ำนมออกจากการปนเปื้อนในถังรวม
- การดูแลวัวระยะแห้งนม (Dry Cow Therapy): ใช้โปรแกรมจัดการวัวแห้งนม เช่น การใช้ยาซีลหัวนม หรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม เพื่อรักษาการติดเชื้อเดิมและป้องกันการติดเชื้อใหม่ในช่วงที่ไม่มีการรีดนม

5. ดูแลสภาพแวดล้อมให้สะอาด แห้ง และอยู่สบาย

ที่อยู่อาศัยที่สะอาดจะช่วยลดแบคทีเรียในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเต้านมอักเสบ

- วัสดุรองนอนต้องแห้ง: จัดการที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ วัสดุอย่าง "ทราย" มักจะสะสมเชื้อโรคน้อยกว่าวัสดุอินทรีย์อื่นๆ
- ควบคุมมูลสัตว์: ทำความสะอาดทางเดินและคอกพักให้แห้ง ลดโอกาสที่วัวจะนอนทับมูลสัตว์หรือโคลน
- ความสบายของโคนม: มีการระบายอากาศที่ดีเพื่อไม่ให้วัวร้อนหรืออับชื้น และไม่เลี้ยงวัวหนาแน่นจนเกินไป นอกจากนี้ควร ให้อาหารทันทีหลังรีดนม เพื่อกระตุ้นให้วัวยืน ซึ่งจะช่วยให้รูเปิดเต้านมปิดสนิทก่อนที่วัวจะลงไปนอน
 

แหล่งข้อมูลโดย: สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมไทย (TDIA)


บทความที่เกี่ยวข้อง
แนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มโคนม
อุตสาหกรรมนมทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายสองด้านพร้อมกัน นั่นคือการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากฟาร์มโคนมเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่สำคัญ โดยเฉพาะก๊าซมีเทน (CH4) จากกระบวนการย่อยอาหารของวัว และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากการจัดการมูลสัตว์และการใช้ปุ๋ยสำหรับอุตสาหกรรมนมแล้ว การลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันมีนวัตกรรมที่นำมาใช้ได้จริงเกิดขึ้นมากมายสำหรับฟาร์มโคนม
7 ต.ค. 2025
Fact vs. Fiction: มาเช็กให้ชัวร์! นมวัว "อันตราย" หรือเราแค่โดนข่าวปลอมหลอก?
เคยได้ยินประโยคที่ว่า "ดื่มนมเยอะๆ จะได้แข็งแรง" กันมาตั้งแต่เด็ก แต่พอมาถึงยุคที่ข้อมูลเต็มโซเชียล กลับมีกระแสข่าวว่า "นมวัวอันตรายต่อสุขภาพ" หรือเป็นแหล่งรวมสารพิษ จนหลายคนเริ่มลังเลว่าจะดื่มนมต่อดีไหม จริงๆ แล้วข้อมูลเหล่านั้นมักหยิบยกงานวิจัยแค่บางส่วนมาพูดให้ดูน่ากลัว แน่นอนว่าเรื่องความชอบหรือการเลือกทานเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ลองมาแยก "ความตื่นตระหนก" ออกจาก "ความจริงทางวิทยาศาสตร์" กันดีกว่า เพราะความจริงแล้ว สำหรับคนส่วนใหญ่ นมวัวที่ผ่านการฆ่าเชื้อ (พาสเจอร์ไรซ์) คืออาหารที่สารอาหารแน่นและปลอดภัยมาก ไม่ใช่ภัยร้ายอย่างที่ใครเขาว่ากัน
7 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy