5 เคล็ดลับยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบเพื่อผลกำไรที่ยั่งยืน

- เคร่งครัดในขั้นตอนการรีดนม (Milking Hygiene)
กิจวัตรการรีดนมที่สม่ำเสมอจะช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรียจากสิ่งแวดล้อมและผิวหนังของวัวลงสู่น้ำนม ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดค่า SPC
- เตรียมเต้านมให้พร้อม: ใช้ยาจุ่มเต้านมก่อนรีด (Pre-dip) และทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวสัมผัส
- เช็ดให้แห้งสนิท: ใช้ผ้าหรือกระดาษเช็ดเต้านมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเต้านมแห้งสนิทก่อนสวมชุดรีดนม เพราะเต้านมที่เปียกอาจทำให้สิ่งสกปรกปนเปื้อนสู่น้ำนมได้
- จุ่มหลังรีด (Post-dip): ทันทีที่ถอดชุดรีดนม ต้องจุ่มเต้านมด้วยยาจุ่มหลังรีดให้ครบทุกเต้า เพื่อฆ่าเชื้อที่หลงเหลือและสร้างเกราะป้องกันในขณะที่รูเปิดเต้านมกำลังจะปิด
- สุขอนามัยของผู้รีด: สวมถุงมือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและรักษาความสะอาดตลอดการทำงาน
2. ให้ความสำคัญกับการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว (Rapid Cooling)
การลดอุณหภูมิน้ำนมให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะแบคทีเรียจะขยายตัวเร็วมากในน้ำนมอุ่น
- ลดอุณหภูมิทันที: เป้าหมายคือการทำให้น้ำนมเย็นลงเหลือ 4°C หรือต่ำกว่า โดยเร็วที่สุดหลังจากออกจากตัววัว (ตามมาตรฐานควรทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเริ่มการรีด)
- ตรวจสอบอุปกรณ์: ตรวจเช็กถังพักน้ำนมและระบบทำความเย็น (เช่น Plate Cooler) ให้มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณน้ำนมและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- บันทึกอุณหภูมิ: ควรหมั่นตรวจสอบและบันทึกอุณหภูมิในถังพักบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำความเย็นทำงานได้คงที่
3. รักษาความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างหมดจด
อุปกรณ์รีดนมและถังเก็บที่สกปรกคือแหล่งสะสมแบคทีเรียตัวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อค่า SPC โดยตรง
- ล้างและฆ่าเชื้อตามขั้นตอน: ล้างระบบรีดนมและถังพักทุกครั้งหลังใช้งาน เริ่มจากการล้างน้ำเปล่า (อุณหภูมิปกติ) เพื่อไล่คราบโปรตีน ตามด้วยการล้างร้อนด้วยน้ำยาอัลคาไลน์ (ด่าง) และล้างกรดเพื่อขจัดคราบหินปูนน้ำนม จากนั้นฆ่าเชื้ออีกครั้งก่อนเริ่มการรีดรอบถัดไป
- เช็กอุณหภูมิน้ำและค่า pH: ตรวจสอบให้น้ำที่ใช้ล้างมีอุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 71°C – 77°C ในช่วงล้างร้อน) และผสมน้ำยาให้ได้ค่า pH ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
- ตรวจเช็กชิ้นส่วนยาง: ตรวจสอบยางรองรีด (Liners) และสายยางสม่ำเสมอ หากเริ่มแตกหรือเสื่อมสภาพ แบคทีเรียจะเข้าไปสะสมได้ง่าย
4. บริหารจัดการโรคเต้านมอักเสบอย่างครบวงจร
โรคเต้านมอักเสบ (Mastitis) คือสาเหตุหลักที่ทำให้ค่า SCC สูง การควบคุมโรคนี้จึงจำเป็นต่อทั้งคุณภาพนมและรายได้ของเกษตรกร
- คัดกรองและเฝ้าระวัง: ตรวจ SCC รายตัวสม่ำเสมอเพื่อหาตัวที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และใช้ชุดตรวจ CMT (California Mastitis Test) ตรวจสอบเต้าที่ต้องสงสัยเป็นประจำ
- คัดแยกและรักษา: วัวที่มีค่า SCC สูงหรือเป็นโรคเต้านมอักเสบควรได้รับการคัดแยกและรักษาภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยต้องรีดเป็นตัวสุดท้ายและแยกน้ำนมออกจากการปนเปื้อนในถังรวม
- การดูแลวัวระยะแห้งนม (Dry Cow Therapy): ใช้โปรแกรมจัดการวัวแห้งนม เช่น การใช้ยาซีลหัวนม หรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม เพื่อรักษาการติดเชื้อเดิมและป้องกันการติดเชื้อใหม่ในช่วงที่ไม่มีการรีดนม
5. ดูแลสภาพแวดล้อมให้สะอาด แห้ง และอยู่สบาย
ที่อยู่อาศัยที่สะอาดจะช่วยลดแบคทีเรียในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเต้านมอักเสบ
- วัสดุรองนอนต้องแห้ง: จัดการที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ วัสดุอย่าง "ทราย" มักจะสะสมเชื้อโรคน้อยกว่าวัสดุอินทรีย์อื่นๆ
- ควบคุมมูลสัตว์: ทำความสะอาดทางเดินและคอกพักให้แห้ง ลดโอกาสที่วัวจะนอนทับมูลสัตว์หรือโคลน
- ความสบายของโคนม: มีการระบายอากาศที่ดีเพื่อไม่ให้วัวร้อนหรืออับชื้น และไม่เลี้ยงวัวหนาแน่นจนเกินไป นอกจากนี้ควร ให้อาหารทันทีหลังรีดนม เพื่อกระตุ้นให้วัวยืน ซึ่งจะช่วยให้รูเปิดเต้านมปิดสนิทก่อนที่วัวจะลงไปนอน
แหล่งข้อมูลโดย: สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมไทย (TDIA)

